คลังสมอง
พ่อมดการเงิน
คับแก้ว
คับแก้ว
อย่าปิดแผ่นฟ้า....ด้วยฝ่ามืออีกเลย เป็นบทเพลงที่น่าจะกระตุ้นเตือนให้ผู้บริหาร กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายได้ตระหนักว่า เรื่องราวความลับ วาระซ่อนเร้นต่าง ๆ ในธุรกิจหาได้ปกปิดกันได้ง่าย ๆ ไม่ เพราะหากเผลอตัวเผลอใจ...คุมความประพฤติไม่อยู่วันใด วันนั้น...ความลับที่ปกปิดไว้มีอันต้องถูกเปิดเผยได้ไม่ยากไม่เย็น...รายการต่าง ๆ เช่นลูกหนี้กรรมการซึ่งเกิดจากการที่ไม่มีการนำเงินมาลงทุนจริง หากแต่เกิดจากการที่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียนให้ใหญ่โต ผู้ตรวจสอบกิจการตัวจริงเสียงจริงอย่างคุณสรรพ์...ไม่มีพลาดปล่อยให้มันลอยนวลไปได้หรอก
ที่สำคัญหากรายการลูกหนี้เงินกู้ยืมดังกล่าว ไม่มีการคิดดอกเบี้ย...ดอกหอย ซ้ำร้ายมีโอกาสถูกประเมินให้เป็นเงินได้ของกิจการ อันจะนำไปสู่การเสียภาษีเงินได้(เพิ่ม)...ได้อย่างไม่ยากไม่เย็น และไม่มีข้อโต้แย้งให้เสียอารมณ์ เพราะมาตรา 65 ทวิ (4) กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า
“(4) ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยนั้น ตามราคาตลาดในวันที่โอน ให้บริการหรือให้กู้ยืมเงิน”
ในงบการเงินเท่าที่นำเสนอไปทั้งสองบริษัทมีรายการเงินให้กู้ยืมกับบริษัทในเครือครบทั้งสองบริษัท ในส่วนของแสนแสบ...มั่นใจว่าโอกาสถูกประเมินเรื่องดอกเบี้ยไม่มี เพราะที่ผ่านมาให้กู้ยืมเงินก็มีการคิดดอกเบี้ย และจ่ายชำระมาตลอด แต่ในฝั่งของแสนดีให้บริษัทในเครือกู้ยืม...ไม่รู้ว่ามีการคิดดอกเบี้ย และมีการชำระดอกเบี้ยกันบ้างหรือไม่ แต่เท่าที่รู้มา บริษัทในเครือของแสนดี ใกล้จะปิดตัวเต็มที
เป็นเรื่องที่แสนดีต้องไปหาคำตอบเพื่อเตรียมตัวตอบต่อคุณสรรพ์...เอาเอง แต่การมาเยือนในครั้งต้องการตอก และย้ำให้เห็นถึงคุณภาพของกิจการให้ชัดเจนว่าใครดี...ใครเหนือ ใครใหญ่ ใครอยู่ โดยครั้งที่ผ่านได้บอกเล่าเรื่องราวของอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเร็ว ซึ่งสรุปได้ว่า...เสมอกัน แต่แสนแสบได้เปรียบนิด ๆ เพื่อไม่ให้ลืมรูปร่างหน้าตาของงบการเงินของทั้งสองบริษัท แสนแสบ...แสบแสนเปรียบแม้นชื่อคลอง เลยหยิบมาให้ดูเพื่อกันลืมว่า
งบดุล
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ปี แพะ
สินทรัพย์
บจ. แสบทรวงเหลือทน บจ. แสนดีเหลือใจ
|
สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและเงินฝากธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ลูกหนี้การค้า เงินให้กู้ยืมบริษัทย่อย สินค้าคงเหลือ รวมสินทรัพย์หมุนเวียน |
300,000.00 100,000.00 200,000.00 1,000,000.00 5,000,000.00 6,600,000.00 |
80,000.00 40,000.00 240,000.00 880,000.00 34,000,000.00 35,240,000.00 |
|
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น |
||
|
หนี้สินหมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะสั้น ตั๋วเงินจ่าย เจ้าหนี้การค้า ตั๋วสัญญาใช้เงิน รายได้รับล่วงหน้า ภาษีเงินได้ค้างจ่าย หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ รวมหนี้สินหมุนเวียน |
200,000.00 500,000.00 2,500,000.00 - - 100,000.00 - 3,300,000.00 |
7,500,000.00 1,300,000.00 160,000.00 3,300,000.00 2,700,000.00 290,000.00 190,000.00 15,440,000.00 |
ดู...ดู๊...ดู...ดูมันทำ เอ๊ย หากดูให้ดีจะพบว่า...รายการทางการค้าที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 ปี รายการที่สำคัญอีก 1 รายการคงหนีไม่พ้นลูกหนี้การค้า เพราะการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อโดยส่วนใหญ่คงไม่ใครให้เครดิตกันเป็นปี ๆ เท่ากับว่าหากลูกหนี้การค้า...มีความซื่อสัตย์ ให้ความสำคัญต่อเงื่อนไขการชำระหนี้ เมื่อถึงเวลากำหนดนัดชำระหนี้ จะต้องนำเงินมาชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้รายการลูกหนี้การค้าลดลงตามยอดที่ได้รับชำระ และจะทำให้เงินสดในมือเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปชำระค่าใช้จ่ายทางการค้าอื่น ๆ ได้ตามกำหนด
แปลง่าย ๆ ว่า หากลูกหนี้การค้าในงบการเงินมีเยอะ แปลว่ากิจการมีโอกาสที่จะเก็บเงินและนำเงินมาชำระหนี้หรือจ่ายชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในกิจการได้มาก แต่หากลูกหนี้การค้าที่ปรากฏในงบการเงินเต็มไปด้วยลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non Performing Loan) ย่อมแปลว่า...มีหนี้จริง แต่ไม่สามารถเก็บเงินไม่ได้ ซึ่งไอ้อาการแบบนี้เค้าเรียกว่า...ชักเหล็กแหลม...ขึ้นฟ้า
เมื่อลูกหนี้พากันหลงลืมกำหนดนัดชำระหนี้ และพร้อมใจไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา แปลว่าเมื่อกิจการถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายชำระหนี้ย่อมมีปัญหาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายชำระหนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นสภาพคล่องทางการเงินที่...หลงคิดว่าดี ก็จะกลับมาเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับกิจการได้อย่างไม่ยากเย็น การที่จะสบายใจได้ว่าสภาพคล่องทางการเงินของกิจการดีจริงจึงหนีไม่พ้นที่จะต้องตรวจสอบความเป็นคนจริงของลูกหนี้การค้าของเราให้ได้ซึ่งสามารถค้นหาได้จาก อัตราส่วนที่เรียกกันว่า อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า (Account Receivable Turnover)
แสนดีต้องค้นให้พบว่าในการประกอบกิจการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ สามารถเก็บเงินจากการขายเชื่อได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากสามารถขาย และเก็บเงินได้บ่อย ๆ ย่อมแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของลูกหนี้ทางการค้าได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกันหากยอดขายสูง แต่เก็บเงินได้น้อยผลที่ได้จากการคำนวณจะต่ำ แปลว่าแม้กิจการจะขายสินค้าได้มาก แต่ประสิทธิภาพในการเก็บเงินหรือการรับชำระหนี้ต่ำ ส่วนจะเกิดจากสาเหตุใดยังไม่บอก ตอนนี้เราไปดูกันก่อนว่าการหาอัตราการหมุนของลูกหนี้การค้าหากันได้อย่างไร
|
ยอดขายสุทธิ ลูกหนี้การค้า
|
สรุปว่าเป็นการเปรียบเทียบ ลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ กับยอดขายสินค้าของกิจการในปีนั้น โดยในปีแพะที่ผ่านมายอดขายของบจ. แสบทรวงเหลือทน เท่ากับ 16,700,000 บาท ส่วนของ บจ. แสนดีเหลือใจ เท่ากับ 18,150,000 บาท ส่วนในยกนี้ใครจะได้เปรียบ เสียเปรียบไปดูกัน
|
อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า
บจ. แสบทรวงเหลือทน
บจ. แสนดีเหลือใจ
|
16,700,000 200,000
18,150,000 240,000 |
83.50 รอบ
75.62 รอบ
|
แสนดี...อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้ แม้จะยังไม่รู้ชัดเจนถึงความหมายของตัวเลข...ที่อยู่ตรงหน้า แต่พอเห็นตัวเลขสูงกว่า 2 ค่าที่ผ่านมาแถมยังเกาะ ๆ มากับแสนแสบ เลยพออุ่นใจได้ว่า...โทษคงไม่หนัก...ไม่รอให้แสนดีเอ่ยปากถามแสนแสบชิงลงมือบอกว่า...ผลที่ได้จากการคำนวณมันบอกให้รู้ว่าในปีที่ผ่านมาสามารถขาย และเก็บเงินได้กี่ครั้ง แน่นอนว่าขาย และเก็บเงินได้บ่อย ๆ แปลว่าดี งานนี้สรุปได้ว่าแสนแสนบ...ชนะไปอีกยก แต่ยังไม่พอแสนแสบชิงส่งตัวเลขให้อ่านต่อความว่า
ระยะเวลาในการเก็บเงิน = จำนวนวันในหนึ่งปี
(Day Received) อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า
|
ระยะเวลาในการเก็บเงิน
บจ. แสบทรวงเหลือทน
บจ. แสนดีเหลือใจ
|
365 83.50 365 75.62 |
4.37 วัน
4.82 วัน
|
แสนแสบขายและเก็บเงินได้ใช้เวลารวม 4.37 วัน ขณะที่แสนดีใช้เวลา 4.82 บาท ซึ่งดูแล้วพบว่าขาย และเก็บเงินได้ใช้เวลาใกล้เคียงกันคือประมาณ 5 วัน หากแต่จะบอกว่าดีเท่ากันคงยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เพราะเท่าที่แสนแสบรู้...แสนดี มีนโยบายขายสินค้าเป็นเงินสดเพียงอย่าง แต่เหตุไฉนค่าที่ได้จากการคำนวณจึงปรากฏว่าใช้เวลา 5 วันกว่าจะเก็บเงินได้ สงสัยเกลือจะเป็นหนอน เอ๊ย สงสัยลูกหนี้เก่าที่ค้างชำระ และเก็บเงินไม่ได้น่าจะมีพอสมควร หากลองหั่นยอดหนี้ที่เก็บเงินไม่ได้แน่ ๆ ออกไป คิดแล้วสยอง
ไม่ได้ต้องการทับถม แต่ต้องการบอกว่า อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า หรือระยะเวลาในการเก็บเงินดีหรือไม่ดีจะต้องนำมาเปรียบเทียบกับนโยบายทางการค้าด้วย เช่นหากให้เครดิตทางการค้า 30 วัน และจากการคำนวณได้ข้อสรุปว่า ระยะเวลาในการขาย และเก็บเงินจริง ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน หรือเกินนิดหน่อย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเรียกรับชำระหนี้ของเรา หรือสะท้อนถึงคุณภาพของลูกหนี้การค้าที่จ่ายชำระเงินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
แต่หากระยะเวลาในการเก็บเงินจริงล่วงล้ำอธิปไต เอ๊ยเกินเลยไปเป็น 50, 60, 70 วันว่าไปโน่น งานนี้คงต้องระวังตัว และหันมาสนใจเพ่งเล็งลูกหนี้ที่ค้างกำหนดชำระเป็นเวลานาน ๆ ให้มากขึ้นหน่อย เพราะเผลอไผลลืมตัวขายไปเรื่อย ๆ สุดท้ายอาจจะรู้ซึ้งกับคำว่า...ไม่มี...ไม่หนี...ไม่จ่าย
ด้วยรัก
แสนกล