คลังสมอง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ว้า...นึกว่าไม่ต้องเสียภาษี
ว้า...นึกว่าไม่ต้องเสียภาษี
เย้.....ปี 53 แล้ว มีตังค์เปิดบริษัทดีกว่า (เรื่องของคนรวย) วันแรกที่เปิดบริษัท ก็มีลูกค้าที่แสนดีเพราะชื่อ บจ.แสนดี ที่ประกอบธุรกิจในเขตปลอดอากรติดต่อมายังบริษัทเพื่อทำการผลิตคู่มือประกอบการใช้สินค้าของ บจ.แสนดี เพื่อจำหน่ายไปยังบริษัทแม่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นู้น
พอได้รับงานเราก็รีบเร่งหาบริษัทที่รับผลิตคู่มือตามแบบที่บริษัท แสนดี ต้องการอย่างแรง เดินคิดไปคิดมาว่าจะไปสั่งที่ไหนดี (ระหว่างเดินก็หาความรู้เกี่ยวกับเขตปลอดอากรไปด้วยเพราะเป็นมือใหม่หัดทำธุรกิจ) ก็เดินไปเจอกับ บริษัท แสนไกล ที่รับผลิตพอดี๊พอดี แล้วเราทั้ง 2 ก็ตกลงรักกัน เฮ้ย ไม่ใช่ตกลงราคากันได้ พอได้สินค้ามาจากบริษัท แสนไกล เราก็รีบกุลีกุจอนำส่งสินค้านั้นให้ บริษัท แสนดี ทันที เพื่อที่จะได้รีบเก็บเงิน ฮ้า......สบายใจจัง ไม่ต้องยื่นภาษีขาย ในอัตราร้อยละ 7 ด้วยเพราะเราทำทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน ฉะนั้นเราต้องยื่นภาษีขายในอัตราร้อยละศูนย์ตามสิทธิประโยชน์ของเขตปลอดภาษี ข้อ 4 (จากการที่เดินศึกษามาอย่างดี) ดังนี้
เขตปลอดอากร (FREE ZONE)
เขตปลอดอากร หมายถึงเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชย กรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ
สิทธิประโยชน์
(4) ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากร เฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
แต่ความหวังก็พังทลายเมื่อมีผู้รู้กว่าบอกเราว่าต้องยื่นภาษีขายในอัตราร้อยละ 7 เราอยากจะเถียงใจจะขาด(งก) แต่เราก็คงเหนื่อยเปล่าแน่เลยเพราะผู้รู้กว่ามีเอกสารประกอบที่น่าสนใจมาให้มากมายก่ายกอง ดังนี้
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)
เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 2 กำหนดให้การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณา จักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง ประมวลรัษฎากรด้วย
(4) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออกและการให้บริการที่กระทำในเขตปลอดอากร เพื่อใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียน
การให้บริการตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การให้บริการที่กระทำต่อตัวสินค้า และมีการส่งออกสินค้านั้น หรือการให้บริการที่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่างเพื่อผู้รับบริการในเขตปลอดอากรนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก เช่น การรับจ้างแกะสลักบานประตู การรับจ้างทำน้ำยาเคลือบประตู หรือการให้บริการรับจ้างทำส่วนประกอบ อุปกรณ์ เพื่อผู้รับบริการในเขตปลอดอากรนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 122) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป)
ประกาศศักดา เอ๊ย ประกาศกรมฯ ยังไม่พอที่จะยืนยันหรืออย่างไรไม่ทราบแน่ชัด เพราะท่านผู้นั้นยัน เอ๊ยยื่นหนังสือให้อ่านอีกฉบับความว่า
“การให้บริการประกอบบรรจุ และเข้าชุดจานรับสัญญาณดาวเทียมดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ โดยได้ส่งผลของการให้บริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด และไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตสินค้าในเขตอุตสาหกรรมส่งออกเพื่อส่งออก ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากรประกอบกับข้อ 2(1) และ(4) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการในต่างประเทศตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2543 ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่ได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 แต่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 80(2) แห่งประมวลรัษฎากร กค 0706/พ.7248 : 28 สิงหาคม 2549”
จึงทำให้จนด้วยปัญญา (ยอมจำนนยื่นขายในอัตราร้อยละ 7 ตามระเบียบ) ว้าเศร้าจัง พลาดไปตรงที่การจัดทำคู่มือของเรา ไม่ได้เป็นการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าโดยตรง จึงไม่เข้าสิทธิประโยชน์ข้อ 4
แม้จะรอดจากเบี้ยปรับ เงินเพิ่มจากการยื่นภาษีขายขาด โดยสุจริตแต่ประเด็นคือ จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อได้หรือไม่ ยังเป็นปัญหาที่ต้องคอยการพิสูจน์ หวังว่าฟ้าคงจะลิขิตให้บริษัทใหม่แห่งนี้ไม่ต้องรับผลกระทบจนต้องปิดกิจการก่อนวัยอันสมควรไปเสียก่อนนะ
“Team Work”